UNITEK SolidForce+ USB-C to PCIeNVMe M.2 SSD Enclosure plus SATA III Adapter with Offline Clone

2,190 ฿

  • ความเร็ว SuperSpeed USB3.2 Gen2 10Gbps
  • รองรับทั้ง M.2 และ SATA III
  • องรับการโคลนออฟไลน์แบบสองทาง (Inter-Clone)
  • รองรับฟังก์ชัน UASP และ TRIM เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
  • ตัวเครื่องอลูมิเนียมดีไซน์กะทัดรัด ระบายความร้อนดี ติดตั้งง่ายไม่ต้องใช้เครื่องมือ

อุปกรณ์นี้ทำหน้าที่เป็นทั้งกล่องใส่ SSD แบบ M.2 และอะแดปเตอร์สำหรับ HDD / SSD แบบ SATA ขนาด 2.5” หรือ 3.5” ใช้งานได้ทั้งการเข้าถึงข้อมูลผ่าน PC หรือโคลนข้อมูลระหว่าง M.2 และ SATA แบบออฟไลน์โดยไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์

คุณสมบัติสินค้า:

  • รองรับ SSD แบบ M.2 NVMe 1.3 PCIe Gen 3×2 (M Key & B+M Key) และ HDD / SSD แบบ SATA 3.1
  • พอร์ต USB-C แบบ USB3.2 Gen2 ความเร็ว 10Gbps รองรับการใช้งานย้อนหลัง (Backward Compatible) พร้อมรองรับ TRIM และ UASP
  • รองรับ M.2 SSD หลายขนาด: 42 / 60 / 80 มม.
  • สามารถใช้งาน NVMe M.2 SSD และ SATA HDD/SSD ได้พร้อมกัน
  • ฟังก์ชัน Clone แบบออฟไลน์สามารถทำงานสองทาง (M.2 → SATA หรือ SATA → M.2) โดยมีไฟ LED แสดงสถานะการโคลน
  • ตัวเครื่องผลิตจากอะลูมิเนียมที่มีคุณสมบัติในการนำความร้อนสูง ช่วยระบายความร้อนได้ดี ใช้งานได้ยาวนาน
  • มาพร้อมอะแดปเตอร์ไฟ 12V/2A สำหรับการใช้งานกับอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานสูง
  • ดีไซน์แบบไม่ต้องใช้เครื่องมือ ถอดประกอบได้ง่าย สะดวกในการติดตั้งหรือเปลี่ยน SSD/HDD

ช่วยให้จัดการอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลได้สะดวกยิ่งขึ้น

เข้าถึงและถ่ายโอนไฟล์ได้ง่ายไม่ว่าจะอยู่ใน M.2 SSD หรือ SATA HDD/SSD และเพียงคลิกเดียวก็สามารถเริ่มโคลนออฟไลน์เพื่อคัดลอกทั้งดิสก์จาก M.2 SSD ไปยัง HDD/SSD หรือในทางกลับกันได้ทันที

อ่าน/เขียนทั้งสองดิสก์ได้พร้อมกัน

เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและการประสานข้อมูลระหว่างอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลของคุณ

SuperSpeed ขั้นสูง

อินเทอร์เฟซ USB3.2 Gen2 ให้ความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลสูงถึง 10Gbps รองรับความต้องการในการอ่าน/เขียนข้อมูลปริมาณมาก

รองรับ UASP และ TRIM เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

ช่วยให้การส่งข้อมูลเร็วขึ้น และเขียนคำสั่งได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

รองรับดิสก์หลากหลายรูปแบบ

รองรับ PCIe NVMe M.2 SSD หลายขนาด และ SATA HDD & SSD

วัสดุแข็งแรงเพื่อปกป้องอุปกรณ์

ฝาครอบอะลูมิเนียมอัลลอย แข็งแรง ทนทาน พร้อมคุณสมบัติระบายความร้อนดีเยี่ยม

ติดตั้งง่ายโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ

ไม่ต้องใช้สกรูในการติดตั้งหรือถอดอุปกรณ์

พลังงานเพียงพอและเสถียร

มาพร้อมอะแดปเตอร์ไฟ เพื่อให้แน่ใจว่าอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลของคุณทำงานได้อย่างมั่นคงเสถียร

ฉันจะเริ่มต้นใช้งานฮาร์ดไดรฟ์ใหม่ใน Windows หรือ Mac OS ได้อย่างไร?

Windows 10

ก่อนที่คุณจะสามารถเข้าถึงไดรฟ์ใหม่หรือไดรฟ์ที่ฟอร์แมตแล้วในระบบปฏิบัติการ คุณจำเป็นต้องทำการ Initialize (เริ่มต้นใช้งาน) ไดรฟ์ก่อน และจากนั้น สร้างพาร์ติชัน (Partition) บนไดรฟ์
พาร์ติชันจะกำหนดพื้นที่ของไดรฟ์ที่ใช้สำหรับจัดเก็บข้อมูล โดยจะใช้ระบบไฟล์ (เช่น ex-FAT, NTFS เป็นต้น)

เริ่มต้นใช้งานไดรฟ์
หมายเหตุ: โดยปกติแล้วคุณจำเป็นต้อง Initialize ไดรฟ์เฉพาะในกรณีที่ไดรฟ์เป็นของใหม่ หากคุณไม่พบไดรฟ์ที่ยังไม่ได้ Initialize ใน Disk Management ให้ข้ามขั้นตอนต่อไปนี้และลองสร้างพาร์ติชันแทน

  • กดปุ่ม Windows + R พิมพ์ compmgmt.msc และคลิก Run เพื่อเปิดหน้าต่าง Computer Management

  • ไปที่ Disk Management

  • เมื่อมีหน้าต่างแจ้งเตือน ให้ทำการ Initialize ดิสก์

    • ถ้าคุณใช้ Windows 7 หรือใหม่กว่า และใช้ไดรฟ์ที่มีขนาดใหญ่กว่า 2TB ให้เลือก GPT

    • ถ้าใช้เวอร์ชันก่อนหน้า ให้เลือก MBR

  • คลิก OK

สร้างพาร์ติชันในไดรฟ์
หมายเหตุ: ขั้นตอนต่อไปนี้จะสร้างพาร์ติชันแบบ NTFS โดยใช้พื้นที่ทั้งหมดของไดรฟ์ หากคุณต้องการใช้ระบบไฟล์อื่น ให้เลือกตัวเลือกที่แตกต่างในขั้นตอนที่ 6

  1. คลิกขวาที่พื้นที่ที่ขึ้นว่า Unallocated หรือ RAW volume แล้วเลือก New Simple Volume

  2. ในหน้าต่าง New Partition Wizard ให้คลิก Next

  3. เลือก Primary partition

  4. ปล่อยขนาดของพาร์ติชันไว้ตามค่าเริ่มต้น แล้วคลิก Next

  5. กำหนดตัวอักษรของไดรฟ์ หรือปล่อยตามค่าเริ่มต้น แล้วคลิก Next

  6. ตั้งค่าการฟอร์แมตดังนี้:

    • File System: NTFS

    • Allocation unit size: Default

    • Volume label: ป้อนชื่อของคุณหรือตามที่ต้องการ

    • ติ๊กเครื่องหมาย Perform a quick format

    • เอาเครื่องหมายออกที่ Enable file and folder compression

  7. คลิก Next > Finish

  8. ไดรฟ์ใหม่จะปรากฏใน Windows Explorer

Mac OS

ก่อนที่คุณจะสามารถใช้งานไดรฟ์ใหม่หรือที่ฟอร์แมตแล้วในระบบปฏิบัติการ คุณจำเป็นต้อง Initialize และสร้างพาร์ติชันบนไดรฟ์นั้น
พาร์ติชันจะกำหนดพื้นที่เก็บข้อมูล โดยจะใช้ระบบไฟล์ (เช่น HFS+, ex-FAT, NTFS เป็นต้น)

เริ่มต้นใช้งานไดรฟ์
Mac OSX จะตรวจพบไดรฟ์ใหม่ที่ต้อง Initialize และจะแสดงกล่องข้อความให้คุณกด Initialize
หากไม่ปรากฏข้อความ และไม่สามารถหาไดรฟ์ใน Finder ได้ ให้ทำการสร้างพาร์ติชันด้วยตนเอง

สร้างพาร์ติชันบนไดรฟ์
หมายเหตุ: ขั้นตอนต่อไปนี้จะสร้างพาร์ติชันแบบ HFS+ (Mac OS Extended (Journaled)) โดยใช้พื้นที่ทั้งหมดของไดรฟ์

  1. เปิด Finder

  2. ไปที่ Applications แล้วคลิก Utilities

  3. เปิด Disk Utility

  4. เลือกไดรฟ์ใหม่ แล้วคลิกแท็บ Partition

  5. คลิก Options และตรวจสอบว่าเลือก GUID Partition Table

  6. ตั้งชื่อพาร์ติชัน

  7. คลิก Partition

  8. ไดรฟ์จะสามารถเข้าถึงได้ใน Finder

ข้อมูลบนไดรฟ์ของฉันไม่สามารถเข้าถึงได้ ฉันควรทำอย่างไร?

  • ไดรฟ์อาจเสีย ลองทดสอบกับไดรฟ์ที่ใช้งานได้แน่นอน หรือลองต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์โดยตรง

  • ระบบปฏิบัติการอาจไม่รองรับระบบไฟล์ของไดรฟ์ที่ต่อผ่าน Dock

    • Windows ไม่สามารถอ่านระบบไฟล์ของ Mac หรือ Linux

    • macOS สามารถอ่าน NTFS ได้แต่ไม่สามารถเขียนได้

  • หากไดรฟ์เคยอยู่ในระบบ RAID จะไม่สามารถอ่านได้ผ่านแท่น Docking ทั่วไป

  • หากไดรฟ์ใช้ sector แบบ 4Kn ให้ตรวจสอบสเปคของ Dock ว่าสามารถรองรับ 4Kn ได้หรือไม่

ฉันต้องฟอร์แมตฮาร์ดไดรฟ์ปลายทางก่อนเริ่มโคลนหรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องฟอร์แมตฮาร์ดไดรฟ์ปลายทางก่อนโคลน เนื่องจากการโคลนจะทำการเขียนทับข้อมูลเดิมในฮาร์ดไดรฟ์ปลายทางโดยอัตโนมัติระหว่างกระบวนการโคลน

สเปคสินค้า

Colour Black
Dimension 102mm x 67.5mm x 14.5mm
Materials Aluminium-Alloy Cover and ABS Frame
Upstream USB-C Female
Downstream •    PCIe/NVMe M.2
•    SATA III
Input 12V/2A
Output N/A
Cable Length of Attached Cable 30cm
Packaging Content •    1 x SolidForce+
•    1 x Rubber Mount
•    1 x Aluminium Heat Exchanger
•    2 x Silicone Thermal Pad
•    1 x USB-C 10Gbps Cable with USB-A Adapter
•    1 x 12V/2A Power Adapter
Capacity

1M, 2M, 3M, 5M, 10M, 15M, 20M

Social Media Widget Powered by Acurax Web Development Company
Visit Us On FacebookVisit Us On YoutubeVisit Us On Instagram