คุณสมบัติสินค้า:
- รองรับ SSD แบบ M.2 NVMe 1.3 PCIe Gen 3×2 (M Key & B+M Key) และ HDD / SSD แบบ SATA 3.1
- พอร์ต USB-C แบบ USB3.2 Gen2 ความเร็ว 10Gbps รองรับการใช้งานย้อนหลัง (Backward Compatible) พร้อมรองรับ TRIM และ UASP
- รองรับ M.2 SSD หลายขนาด: 42 / 60 / 80 มม.
- สามารถใช้งาน NVMe M.2 SSD และ SATA HDD/SSD ได้พร้อมกัน
- ฟังก์ชัน Clone แบบออฟไลน์สามารถทำงานสองทาง (M.2 → SATA หรือ SATA → M.2) โดยมีไฟ LED แสดงสถานะการโคลน
- ตัวเครื่องผลิตจากอะลูมิเนียมที่มีคุณสมบัติในการนำความร้อนสูง ช่วยระบายความร้อนได้ดี ใช้งานได้ยาวนาน
- มาพร้อมอะแดปเตอร์ไฟ 12V/2A สำหรับการใช้งานกับอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานสูง
- ดีไซน์แบบไม่ต้องใช้เครื่องมือ ถอดประกอบได้ง่าย สะดวกในการติดตั้งหรือเปลี่ยน SSD/HDD
![]() |
ช่วยให้จัดการอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลได้สะดวกยิ่งขึ้นเข้าถึงและถ่ายโอนไฟล์ได้ง่ายไม่ว่าจะอยู่ใน M.2 SSD หรือ SATA HDD/SSD และเพียงคลิกเดียวก็สามารถเริ่มโคลนออฟไลน์เพื่อคัดลอกทั้งดิสก์จาก M.2 SSD ไปยัง HDD/SSD หรือในทางกลับกันได้ทันที |
อ่าน/เขียนทั้งสองดิสก์ได้พร้อมกันเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและการประสานข้อมูลระหว่างอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลของคุณ |
![]() |
![]() |
SuperSpeed ขั้นสูงอินเทอร์เฟซ USB3.2 Gen2 ให้ความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลสูงถึง 10Gbps รองรับความต้องการในการอ่าน/เขียนข้อมูลปริมาณมาก |
รองรับ UASP และ TRIM เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพช่วยให้การส่งข้อมูลเร็วขึ้น และเขียนคำสั่งได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น |
![]() |
![]() |
รองรับดิสก์หลากหลายรูปแบบรองรับ PCIe NVMe M.2 SSD หลายขนาด และ SATA HDD & SSD |
วัสดุแข็งแรงเพื่อปกป้องอุปกรณ์ฝาครอบอะลูมิเนียมอัลลอย แข็งแรง ทนทาน พร้อมคุณสมบัติระบายความร้อนดีเยี่ยม |
![]() |
![]() |
ติดตั้งง่ายโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือไม่ต้องใช้สกรูในการติดตั้งหรือถอดอุปกรณ์ |
พลังงานเพียงพอและเสถียรมาพร้อมอะแดปเตอร์ไฟ เพื่อให้แน่ใจว่าอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลของคุณทำงานได้อย่างมั่นคงเสถียร |
![]() |
ฉันจะเริ่มต้นใช้งานฮาร์ดไดรฟ์ใหม่ใน Windows หรือ Mac OS ได้อย่างไร?
Windows 10
ก่อนที่คุณจะสามารถเข้าถึงไดรฟ์ใหม่หรือไดรฟ์ที่ฟอร์แมตแล้วในระบบปฏิบัติการ คุณจำเป็นต้องทำการ Initialize (เริ่มต้นใช้งาน) ไดรฟ์ก่อน และจากนั้น สร้างพาร์ติชัน (Partition) บนไดรฟ์
พาร์ติชันจะกำหนดพื้นที่ของไดรฟ์ที่ใช้สำหรับจัดเก็บข้อมูล โดยจะใช้ระบบไฟล์ (เช่น ex-FAT, NTFS เป็นต้น)
เริ่มต้นใช้งานไดรฟ์
หมายเหตุ: โดยปกติแล้วคุณจำเป็นต้อง Initialize ไดรฟ์เฉพาะในกรณีที่ไดรฟ์เป็นของใหม่ หากคุณไม่พบไดรฟ์ที่ยังไม่ได้ Initialize ใน Disk Management ให้ข้ามขั้นตอนต่อไปนี้และลองสร้างพาร์ติชันแทน
-
กดปุ่ม Windows + R พิมพ์
compmgmt.mscและคลิก Run เพื่อเปิดหน้าต่าง Computer Management -
ไปที่ Disk Management
-
เมื่อมีหน้าต่างแจ้งเตือน ให้ทำการ Initialize ดิสก์
-
ถ้าคุณใช้ Windows 7 หรือใหม่กว่า และใช้ไดรฟ์ที่มีขนาดใหญ่กว่า 2TB ให้เลือก GPT
-
ถ้าใช้เวอร์ชันก่อนหน้า ให้เลือก MBR
-
-
คลิก OK
สร้างพาร์ติชันในไดรฟ์
หมายเหตุ: ขั้นตอนต่อไปนี้จะสร้างพาร์ติชันแบบ NTFS โดยใช้พื้นที่ทั้งหมดของไดรฟ์ หากคุณต้องการใช้ระบบไฟล์อื่น ให้เลือกตัวเลือกที่แตกต่างในขั้นตอนที่ 6
-
คลิกขวาที่พื้นที่ที่ขึ้นว่า Unallocated หรือ RAW volume แล้วเลือก New Simple Volume
-
ในหน้าต่าง New Partition Wizard ให้คลิก Next
-
เลือก Primary partition
-
ปล่อยขนาดของพาร์ติชันไว้ตามค่าเริ่มต้น แล้วคลิก Next
-
กำหนดตัวอักษรของไดรฟ์ หรือปล่อยตามค่าเริ่มต้น แล้วคลิก Next
-
ตั้งค่าการฟอร์แมตดังนี้:
-
File System: NTFS
-
Allocation unit size: Default
-
Volume label: ป้อนชื่อของคุณหรือตามที่ต้องการ
-
ติ๊กเครื่องหมาย Perform a quick format
-
เอาเครื่องหมายออกที่ Enable file and folder compression
-
-
คลิก Next > Finish
-
ไดรฟ์ใหม่จะปรากฏใน Windows Explorer
Mac OS
ก่อนที่คุณจะสามารถใช้งานไดรฟ์ใหม่หรือที่ฟอร์แมตแล้วในระบบปฏิบัติการ คุณจำเป็นต้อง Initialize และสร้างพาร์ติชันบนไดรฟ์นั้น
พาร์ติชันจะกำหนดพื้นที่เก็บข้อมูล โดยจะใช้ระบบไฟล์ (เช่น HFS+, ex-FAT, NTFS เป็นต้น)
เริ่มต้นใช้งานไดรฟ์
Mac OSX จะตรวจพบไดรฟ์ใหม่ที่ต้อง Initialize และจะแสดงกล่องข้อความให้คุณกด Initialize
หากไม่ปรากฏข้อความ และไม่สามารถหาไดรฟ์ใน Finder ได้ ให้ทำการสร้างพาร์ติชันด้วยตนเอง
สร้างพาร์ติชันบนไดรฟ์
หมายเหตุ: ขั้นตอนต่อไปนี้จะสร้างพาร์ติชันแบบ HFS+ (Mac OS Extended (Journaled)) โดยใช้พื้นที่ทั้งหมดของไดรฟ์
-
เปิด Finder
-
ไปที่ Applications แล้วคลิก Utilities
-
เปิด Disk Utility
-
เลือกไดรฟ์ใหม่ แล้วคลิกแท็บ Partition
-
คลิก Options และตรวจสอบว่าเลือก GUID Partition Table
-
ตั้งชื่อพาร์ติชัน
-
คลิก Partition
-
ไดรฟ์จะสามารถเข้าถึงได้ใน Finder
ข้อมูลบนไดรฟ์ของฉันไม่สามารถเข้าถึงได้ ฉันควรทำอย่างไร?
-
ไดรฟ์อาจเสีย ลองทดสอบกับไดรฟ์ที่ใช้งานได้แน่นอน หรือลองต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์โดยตรง
-
ระบบปฏิบัติการอาจไม่รองรับระบบไฟล์ของไดรฟ์ที่ต่อผ่าน Dock
-
Windows ไม่สามารถอ่านระบบไฟล์ของ Mac หรือ Linux
-
macOS สามารถอ่าน NTFS ได้แต่ไม่สามารถเขียนได้
-
-
หากไดรฟ์เคยอยู่ในระบบ RAID จะไม่สามารถอ่านได้ผ่านแท่น Docking ทั่วไป
-
หากไดรฟ์ใช้ sector แบบ 4Kn ให้ตรวจสอบสเปคของ Dock ว่าสามารถรองรับ 4Kn ได้หรือไม่
ฉันต้องฟอร์แมตฮาร์ดไดรฟ์ปลายทางก่อนเริ่มโคลนหรือไม่?
ไม่จำเป็นต้องฟอร์แมตฮาร์ดไดรฟ์ปลายทางก่อนโคลน เนื่องจากการโคลนจะทำการเขียนทับข้อมูลเดิมในฮาร์ดไดรฟ์ปลายทางโดยอัตโนมัติระหว่างกระบวนการโคลน
สเปคสินค้า
| Colour | Black |
|---|---|
| Dimension | 102mm x 67.5mm x 14.5mm |
| Materials | Aluminium-Alloy Cover and ABS Frame |
| Upstream | USB-C Female |
| Downstream | • PCIe/NVMe M.2 • SATA III |
| Input | 12V/2A |
| Output | N/A |
| Cable Length of Attached Cable | 30cm |
| Packaging Content | • 1 x SolidForce+ • 1 x Rubber Mount • 1 x Aluminium Heat Exchanger • 2 x Silicone Thermal Pad • 1 x USB-C 10Gbps Cable with USB-A Adapter • 1 x 12V/2A Power Adapter |












