
OVERVIEW
การสื่อสารออนไลน์ไม่ควรซับซ้อนขนาดนี้
แน่นอนว่าหูฟังที่แถมมากับโทรศัพท์ของคุณสามารถใช้งานได้ แต่จริง ๆ แล้วมันช่วยให้การโทรออนไลน์ของคุณง่ายขึ้นหรือเปล่า?
Sound Blaster PLAY! 4 คืออุปกรณ์ที่ต้องมีสำหรับการโทรทำงาน ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาในการประชุมวิดีโอ ด้วยการทำให้การสื่อสารของคุณเป็นเรื่องง่าย มาพร้อมกับ SmartComms Kit ใหม่ล่าสุด ที่รวมฟีเจอร์อัจฉริยะสำหรับการสื่อสาร เช่น การปิดเสียงอัตโนมัติ และ การตัดเสียงรบกวนสองทาง ที่จะเปลี่ยนประสบการณ์การโทรของคุณไปโดยสิ้นเชิง
นอกจากนี้ เรายังคงมุ่งเน้นความสะดวกและคุณภาพ ด้วยปุ่มปิดไมค์โดยตรง, ฟีเจอร์ Bass Boost และ Dynamic EQ, รวมถึงการอัปเกรดคุณภาพเสียงที่เหนือกว่าระบบเสียงเริ่มต้นของอุปกรณ์ใด ๆ
ถึงเวลาเปลี่ยนวิธีที่คุณรับสายแล้ว
COMMUNICATIONS
![]() |
สื่อสารอย่างชาญฉลาดด้วย SmartComms KitSmartComms Kit ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อลดความยุ่งยากในการสื่อสารออนไลน์สำหรับผู้ใช้ Windows โดยนำเสนอชุดฟีเจอร์อัจฉริยะเพื่อให้คุณไม่ต้องเสียเวลาจัดการปุ่มปิดเสียง หรือเสียสมาธิกับเสียงรบกวนรอบข้าง ช่วยให้คุณโฟกัสกับสิ่งสำคัญได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังสามารถใช้ร่วมกับหูฟังหรือเฮดเซ็ตที่มีไมโครโฟน รวมถึงหูฟังที่แถมมากับมือถือของคุณได้อีกด้วย* * หมายเหตุ: การรองรับฟังก์ชันปุ่มบนเฮดเซ็ตอาจแตกต่างกันไปตามการออกแบบของผู้ผลิตแต่ละราย |
ปิดและเปิดไมค์อัตโนมัติคุณเคยเจอสถานการณ์ที่ใช้เวลาช่วงสำคัญของการพรีเซนต์ไอเดียโปรเจกต์ใหม่ไปกับการพูดอยู่คนเดียว เพราะลืมเปิดไมค์หรือไม่? ฟีเจอร์ VoiceDetect จะช่วยจัดการสถานะไมค์ของคุณโดยอัตโนมัติ ไมโครโฟนจะ ปิดเสียงเมื่อคุณหยุดพูด และ เปิดเสียงทันทีเมื่อคุณเริ่มพูด โดยที่คุณไม่ต้องกดปุ่มใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นปุ่มจริงหรือปุ่มในแอป ทำให้คุณสามารถพูดได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องเสียจังหวะ หากต้องการพูดคุยกับใครบางคนข้าง ๆ คุณสามารถปิดฟีเจอร์ VoiceDetect ชั่วคราวได้ด้วยการกดปุ่มปิดไมค์ และเปิดใช้งานอีกครั้งด้วยการกดปุ่มเดิม |
|
การตัดเสียงรบกวนสองทาง
เสียงรบกวนคือศัตรูของทุกการโทร ไม่ว่าจะเป็นเสียงรอบตัวคุณหรือเสียงจากเพื่อนร่วมงาน ล้วนทำให้การสนทนาถูกรบกวน
โดยทั่วไป วิธีแก้ปัญหาเสียงรบกวนที่มีในตลาดมักเป็น เฮดเซ็ตที่มีไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน หรือ ไมโครโฟนแบบแยกที่ลดเสียงรบกวนรอบตัวคุณ แต่ทั้งสองวิธีนี้มักมีข้อเสียเหมือนกัน คือ มีราคาแพง และ สามารถลดเสียงรบกวนได้แค่ฝั่งของคุณเอง

แต่ถ้าเป็นเสียงรบกวนจากฝั่งเพื่อนร่วมงานของคุณล่ะ?
เรามีทางแก้ที่สมบูรณ์แบบด้วย ฟีเจอร์ NoiseClean ที่สามารถลดเสียงรบกวนพื้นหลังได้ทั้งสองฝั่ง ทั้งเสียงขาเข้าและขาออก ช่วยให้คุณสนทนาได้อย่างราบรื่นไม่มีสะดุด
NoiseClean-Inการตัดเสียงรบกวนสองทาง
|
NoiseClean-Outการตัดเสียงรบกวนสองทาง
|
เมื่อประชุมออนไลน์เสร็จแล้ว คุณสามารถปิดฟีเจอร์ NoiseClean และกลับไปเพลิดเพลินกับการเล่นสื่อแบบปกติด้วย Sound Blaster PLAY! 4 เพื่อสัมผัสประสบการณ์เสียงที่ดีที่สุด
* ฟีเจอร์ NoiseClean ทำงานได้ดีที่สุดกับเสียงรบกวนคงที่ เช่น เสียงพัดลม, เครื่องปรับอากาศ, เครื่องฟอกอากาศ, เครื่องเพิ่มความชื้น, เครื่องดูดฝุ่น, ไดร์เป่าผม, เครื่องโกนหนวดไฟฟ้า และแม้กระทั่งเครื่องตัดหญ้า
CONNECTIVITY
![]() |
ติดตั้งง่ายสุด ๆแค่เสียบ Sound Blaster PLAY! 4 ดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ แล้วเริ่มใช้งานได้ทันที! เพียง 3 ขั้นตอนง่าย ๆ:
|
![]() |
แค่นี้ก็เรียบร้อย!หากต้องการปรับแต่งเพิ่มเติมหรือควบคุมฟีเจอร์แต่ละอย่างแยกกัน คุณสามารถเข้าไปที่การตั้งค่าขั้นสูงใน SmartComms Kit |
AUDIO
ปลดล็อกพลังเสียงไปอีกขั้น
นอกจากฟีเจอร์ซอฟต์แวร์ทั้งหมดแล้ว Sound Blaster PLAY! 4 ยังมาพร้อมปุ่ม EQ ที่มี 2 โหมดเสียง:
![]() |
Bass Boostซึ่งเหมาะกับทุกประเภทของเนื้อหา ไม่ว่าจะเป็น เพลง, ภาพยนตร์ หรือเกม! Dynamicช่วยขยายมิติเสียงของเนื้อหาของคุณ ให้เสียงที่มีมิติและสมจริงยิ่งขึ้นเกินกว่าระบบสเตอริโอทั่วไป โหมดนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับ:
|
ดีกว่าระบบเสียงเริ่มต้นของคุณที่อยู่เบื้องหลังทุกอย่างคือสิ่งที่เราทำได้ดีที่สุด—คุณภาพเสียง Sound Blaster PLAY! 4 มาพร้อม DAC ความละเอียดสูง 192 kHz / 24-bit ให้เสียงคมชัดระดับ 110 dB ทำให้คุณไม่อยากกลับไปใช้เสียงเริ่มต้นของ PC อีกต่อไป การอัปเกรดเสียงนี้ยังมีน้ำหนักเบามาก เพียง 8.3 กรัม (0.29 ออนซ์) และพกพาสะดวก คุณสามารถนำติดตัวไปได้ทุกที่ |
|

ความเข้ากันได้
เราสรุปฟีเจอร์ต่าง ๆ ของ Sound Blaster PLAY! 4 และการรองรับบนแต่ละแพลตฟอร์มไว้ในตารางด้านล่าง

* การสื่อสารด้วยเสียงบน Nintendo Switch ผ่าน Sound Blaster PLAY! 4 ขึ้นอยู่กับแต่ละเกมที่รองรับ
^ Sound Blaster PLAY! 4 ออกแบบมาให้ใช้งานร่วมกับโทรศัพท์ Android ที่รองรับ USB-C อย่างสมบูรณ์ เช่น Google Pixel series อย่างไรก็ตาม โทรศัพท์บางรุ่นอาจมีความเข้ากันได้ไม่สมบูรณ์ เนื่องจากการใช้งานพอร์ต USB-C อาจแตกต่างจากมาตรฐาน Android ส่งผลให้เกิดปัญหาความเข้ากันได้ของไมโครโฟน
อุปกรณ์ภายในกล่อง


Specification
| Weight | USB-C to USB-A Converter: 4g / 0.1 oz, Main Unit: 8.3g / 0.29 oz |
|---|---|
| Dimensions | Main Unit : 138 x 16 x 8.2 mm / 5.43 x 0.63 x 0.32 inches, USB-C to USB-A Converter : 23.5 x 13.5 x 6.0 mm / 0.93 x 0.53 x 0.24 inches |
| Dynamic Range (DNR) | 110 dB |
| Audio Technology | BlasterX Acoustic Engine, SmartComms Kit, CrystalVoice |
| Signal-to-Noise Ratio (SNR) | 110 dB |
| Max. Playback Quality | PCM 16-bit, 44.1, 48.0, 88.2, 96.0. 192.0 kHz, PCM 24-bit, 44.1, 48.0, 88.2, 96.0. 192.0 kHz |
| Playback Resolution | PCM 16-bit, 44.1, 48.0, 88.2, 96.0. 192.0 kHz, PCM 24-bit, 44.1, 48.0, 88.2, 96.0. 192.0 kHz |
| Recording Resolution | Mic-in: Mono, 16-bit, 44.1, 48.0 kHz Mic-in: Mono, 24-bit, 44.1, 48.0 kHz |
| Platform | USB 2.0, USB 3.0, USB-C |
| Connectivity Options (Main) | 1 x ⅛″ Headphone-out Jack (4-pole, CTIA) |
| Headphone Amp | Supported Headphone Impedance: 16–150Ω |
| Max Channel Output | Stereo |
| Supported Operating Systems | macOS X® 10.14 and above, Windows® 10 Ver 1703, Windows® 11 |
| Audio Fidelity | Up to 24-bit / 192 kHz |
| Included Accessories | USB-C to USB-A Converter |
| DAC | Dynamic Range (Stereo): 110 dB |
| Power | USB Bus Powered, USB-C |
| Recommended Usage | On-the-move |
| System Requirements | |
| Windows® OS |
|
| macOS® |
|
| PS4™ |
|
| PS5™ |
|
| Nintendo Switch™ |
|
| Android |
|
| IPadOS® / iOS Devices |
|
| Package Contents |
|
| Warranty | 1-year Limited Hardware Warranty |










